[EN]
Well I'm quite totally busy for picking my time to draw for illustrate, recently lacking of my work submitting.
That's because I'm do'n my original work not as parody comic like I've used to, this is quite extremely tough task for me and I've challenged myself for do'n this since I've want to tear out same old kind of any Doujinshi in coming event.
There's submitted work which used for this project.... yes the "Viva Roma" is the cover which reflect all whole story concept, the main theme is located in Rome with violence and funny story.
This project I'm still doing alone but I might need some one who can help me in background picture which I think I might using a lots of them, maybe I'd grab my friend do'n "Sketch up" all the areas of Rome..... just maybe.
In mostly event in Thai there're quite common of parody Doujinshi but too few original and still same story theme, so I've decided that I'll making something diffirent from the most, no fantasy, so sword, so magic... all is real thing in present so I've chose a bit violence style which much more fun to work.
The story is the ex-police in special unit call "Carabinieri" (much more military police alike) who has the tragedy past with the "case" which has involved that maked decision changed forever.
I can't tell much more, please wait until finishing this then I'll report when I've a time for sipping the tea.
--------------------------------------------------------
[TH]
พักนี้กำลังไม่ค่อยว่างเท่าไหร่ งานไม่ค่อยได้ Submit เท่าไหร่นัก
ช่วงนี้กำลังเตรียมการบางอย่าง ที่ตัวเองคิดว่า ถ้ามันทำสำเร็จ มันสาแก่ใจที่สุดเลยทีเดียว
ครับ ตอนนี้กำลังทำงานแนวออริจินอล ก็ค่อยๆกระเตื้องไปตามเวลาและตามอารมณ์ แถมเป็นการบ้าระห่ำด้วยที่ว่า ยังไม่ดังแต่กล้าและบ้าจะลุยงานออริออกมาซักที
คือตัวเองรู้สึกว่ามันเซ็งพิกลถ้าจะวาดแนวพาโรดีตลอดเวลา ไปงานขายโดทีไร มีแต่พาโรดีมีงานเจ๋งๆไม่กี่คน เลยนั่งไล่หาแนวออริจินอลมากกว่า
ถ้าพูดถึงงานออริในไทย ที่คุ้นที่สุดก็คงจะเป็น IX กับ Word ของ Asuka เท่านั้นที่ดังเอาเรื่องและฉีกแนว แต่งานออริของคนอื่นยังไม่เห็นเลย ไม่สิ ไม่มีออกมาเลยมากกว่า คือว่าคงจะเป็นเพราะว่า คนเรายังไม่กล้ารับอะไรที่ฉีกแนวไปหรือเปล่าหว่า? อันนี้ยังสงสัย ต่อให้อ่านหนังสือของซิกมันน์ ฟรอยด์ เป็นสิบเป็นร้อยรอบแล้วมาอ่านของ คาลล์ กุสตาฟ ยุงค์ อีกซักห้าร้อยรอบผมก็ยังไม่มีทางเข้าใจแน่ๆ
แต่พอยืมนานะของเพื่อนอ่าน มันมีอะไรบางอย่างตรงกับเรา เหมือนคนวาดเขาคิดเหมือนเรานะที่ว่า "มันเป็นเพราะว่าเหมือนวงพังก์ทีขายแต่หน้าตาแต่ไม่ชวนให้ดิ้นตามจังหวะเพลง" พระเจ้า!!! ความคิดคมเจ๋งจริงๆ ยิ่งเมื่อวานไปซื้อหนังสือ Cereal ฉบับฉลอง 1 ปี ก็มีบทสัมภาษณ์นักวาดไทยที่ไปอยู่ US คนนึงที่วาดงานได้แนวๆก็พูดว่า "บ้านเรายังไม่ได้ให้ความใส่ใจกับการเลือกเนื้อเรื่อง คอนเซ็ปต์ยังไม่แกร่งพอ ยังเป็นแนวเดิมๆ" ถูกเผงเข้าไปใหญ่ มันเลยยิ่งสนับสนุนความคิดตัวเองว่า "ตรูจะฉีกแนวโดจินที่เนื้อเรื่องน่าเบื่อทิ้งซะ"
ตั้งแต่ต้นปีแล้ว ที่ท้ากับตัวเองว่า จะต้องดันงานออริเล่มแรกออกมาให้ได้ อินดีหน่อยก็คงสะใจดีแท้ เลยยิ่งบ้าเข้าไปใหญ่ แล้วก็ลงแรงเก็บรายละเอียดที่เก็บมาครึ่งปี เอามันลงให้ได้!!
งานตัวนี้ผมได้ตั้งคอนเซ็ปท์คำว่า "Fairlady" ใช่ มันก็แค่ชื่อหนัง My Fairlady หรือจะเป็นชื่อรุ่นของรถสปอรตของนิสสันที่ชื่อว่า Fairlady Z แล้วในโดจินตัวเองก็มีเจ้ารถรุ่นนี้เป็นหลักๆ แต่ผมหมายถึงคำของมันตรงๆเลยต่างหาก! ที่ว่าเป็นผู้หญิงที่สูญเสียอะไรบางอย่างลงไป แล้วตามล่าให้มันกลับคืนกลับมาอย่างสาสมกับที่เสียไป ....... คอนเซ็ปท์ตรงๆ โต้งๆ ไม่หมกเม็ด
ที่แน่ๆ ฟังแนวคอนเซ็ปท์แล้วต้องมีความรุนแรงแน่นอน เพราะว่าเคยมีบุคคลนึงกล่าวอาไว้ว่า "ปืนมีไว้เพื่อหาและป้องความเท่าเทียม" นั่นคือคำพูดของคนสร้างปืนสั้น Colt Single Action Army อันเลื่องชื่อ
เลยสรุปตัวละครได้ว่า เป็นคนมีปมหลังกับอดีตที่เสียไปจนเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อปิดบังความจริงที่น่าสยดสยองของตัวเอง ก็ตรงกับคาแรคเตอร์ดีไซน์พอดี แม้ว่าเสื้อผ้ายัดซะสีร้อนแรงก็เหอะ แต่ไว้ให้เสร็จก่อน แล้วจะเห็นความเป็น "ตัวตนที่ซ่อนเร้นความปวดร้าว" ของตัวละครได้
ตัวละครเด่นเลยจบลงด้วยอดีตของตัวเองที่เคยเป็นตำรวจพิเศษออกแนวกองปราบปราม ที่ภาษาอิตาเลียนเรียกว่า "Carabinieri" ซึ่งหาคำแปลแล้วไม่มีซะด้วยว่ามันจะเป็นได้อย่างไรระหว่าง ตำรวจ หรือทหาร สารวัตรทหารก็ไม่ใช่ เพราะเขาก็มีเฉพาะอยู่แล้ว ก็เลยว่า เอาล่ะฟะ คงแนวๆกองปราบเนี่ยล่ะ แล้วสูญเสียอะไรบางอย่างที่สำคัญมากจนเกิดความปวดร้าวในตัวเอง สุดท้ายแล้วก็หักห้ามความปวดร้าวนั้นไม่ลงเลยต้องไปจบลงด้วยการปิดบังด้านที่ปวดร้าวของตัวเองด้วยการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งแน่นอนว่า การวาดแสดงออกอารมณ์ต้องออกแนวมีการแอบแฝงความขื่นขมแน่นอน แล้ววาดยากมากๆ
อารมณ์เหมือนเอาหนังหลายๆเรื่องมายำผสมๆกันนะ ยิ่งมีกลิ่นไอของ Black Lagoon มาหน่อยๆเพราะกำลังติดลมบน แต่รับรองว่า ต้องฉีกตัวเองจากแนวแฟนตาซี หรือรักๆใคร่ๆแน่ เพราะในความคิดเรา รักใคร่มันก็แค่น้ำจิ้มล่ะน่า ใส่มากๆ เดี๋ยวเลี่ยนแล้วจะไม่เข้าท่า
คุๆ สงสัยต้องลากเจ้าจิ้งจอกเอ๋อมาช่วยเร่องฉากมาทำ Sketch up ฉากในเมืองโรงซะหน่อยและ คึ่ๆๆ